
ป๊อบคัลเจอร์ เหรียญ 2 ด้าน >> จุฑาภรณ์ สินธิสุทธิ์
.....เมื่อพูดถึงคำว่า ป๊อบคัลเจอร์ แล้วนึกถึงอะไรกันบ้าง คำนี้มีคำแปลในภาษาไทยสุดไฮโซ ว่า วัฒนธรรมสมัยนิยม หรือ วัฒนธรรมประชานิยม พอมาแปลเป็นไทยอาจจะดูเหมือนเป็นอะไรที่อยู่ไกลตัวจัง อาจเป็นเพราะคำว่า วัฒนธรรม ในภาษาไทยมันฟังดูเป็นเรื่องราวที่มีระเบียบกฏเกณฑ์มาก และดูเป็นสิ่งล้ำค่าเหมือนไข่ในหินยังไงยังงั้น
.....เพราะเราไปเคยชินกับสิ่งที่ผู้ใหญ่ ไม่ว่าจะเป็นผู้ใหญ่ใกล้ตัว พ่อ แม่ ครู อาจารย์ ญาติๆ หรือผู้ใหญ่ไกลตัวอย่าง ผู้ประกาศข่าว ศิลปิน นักวิชาการ คนเหล่านี้ได้สร้างคุณค่าของคำ วัฒนธรรม ขึ้นให้เรารู้สึกว่าสิ่งเหล่านั้นเป็นอะไรที่ยิ่งใหญ่ ดีงาม ควรค่าแก่การรักษาไว้
.....ในทางตรงกันข้ามความสนใจในสิ่งใกล้ตัว เช่น การ์ตูน เกมออนไลน์ เสื้อสายเดี่ยว อินเตอร์เนต เซ็นเตอร์พอย ถูกมองเป็นอะไรที่ไร้สาระเป็นแฟชั่นที่ฮิตกันประเดี๋ยวประด๋าว ทั้งที่จริงแล้วสิ่งเหล่านี้มันก็คือวัฒนธรรมอย่างหนึ่งเหมือนกัน ป๊อบคัลเจอร์ หรือวัฒนธรรมสมัยนิยมนี้ดูเหมือนจะเป็นขั้วตรงข้ามกับวัฒนธรรมกระแสหลักอย่างวัฒนธรรมชาตินิยม ผู้ใหญ่ที่เชิดชูวัฒนธรรมกระแสหลักอันสวยหรูก็จะโจมตี วัฒนธรรมสมัยนิยมว่าเป็นตัวบ่อนทำลายวัฒนธรรมเก่าแก่ที่ดีงามของชาติ ทั้งที่วัฒนธรรมสมัยนิยมเป็นสิทธิอันชอบธรรมของวัยรุ่นทั่วไปใช้เป็นพื้นที่ค้นหาตัวตนที่แท้จริงของ ตัวเอง
.....แต่อย่างว่าในโลกของความจริงก็เหมือนเหรียญ 2 ด้าน ที่อาจมีทั้งด้านดีและด้านร้ายเป็นของคู่กัน เมื่อวัฒนธรรมไทยกระแสหลักคือเหรียญด้านที่ดีแล้ว วัฒนธรรมที่ไม่เข้าประเภทก็จะกลายเป็นเหรียญด้านลบไปอย่างเสียไม่ได้
.....พอเกิดปัญหาสังคมอะไรขึ้นมา ผู้ใหญ่ ผู้มีสิทธิอันชอบธรรมของสังคม ผู้ที่กำหนดชี้ว่าอะไรถูก อะไรผิด อะไรดีอะไรไม่ได้ ก็จะมากะเกณฑ์ว่าปัญหาเหล่านี้เกิดจากอะไร ป๊อบคัลเจอร์เป็นสิ่งหนึ่ง ที่ผู้ใหญ่มุ่งประเด็นโจมตีว่าเป็นสาเหตุที่ทำให้เกิดปัญหาสังคม
.....ในบรรดาป๊อบคัลเจอร์ด้วยกันเอง ป๊อบคัลเจอร์อิมพอร์ตดูจะเป็นเป้าหมายที่โดนโจมตีมากที่สุด
.....วัฒนธรรมต่างชาติดูจะเป็นอะไรที่สร้างให้เกิดด้านลบได้ง่าย โดยเฉพาะป๊อบคัลเจอร์ ซึ่งถือว่าเป็นวัฒนธรรมที่อยู่ต่ำต้อยที่สุด ป๊อบคัลเจอร์อเมริกาดูจะเป็นด้านลบอันดับหนึ่งในการทำลายวัฒนธรรมอันดีงามของชาติ ตามติดด้วยป๊อลคัลเจอร์ญี่ปุ่น การ์ตูน ดาราญี่ปุ่น คอสเพลย์ อาหารอย่างข้าวปั้น ผลิตภัณฑ์ชาเขียว ดูจะเป็นตัวแทนของป๊อบคัลเจอร์ญี่ปุ่นที่เห็นได้ชัด
.....แต่สิ่งที่ผู้ใหญ่เห็นว่าเป็นศัตรูตัวร้ายกับวัฒนธรรมอันดีงามที่บรรดาวัยรุ่นต่างเสพและ คลั่งไคล้มันนั้น ก็ยังไม่ใช่ป๊อบคัลเจอร์ของจริงอยู่ดี เป็นแค่ป๊อบคัลเจอร์ที่ถูกผลิตซ้ำขึ้นในประเทศไทยอีกที บางอย่างก็ใกล้เคียงของเดิม บางอย่างก็อาจเหลือไว้เพียงกลิ่นอาย ตัวอย่างผลิตภัณฑ์ชาเขียว ที่คนญี่ปุ่นได้เห็นได้ลิ้มรสคงตกใจ เพราะไม่ใช่ว่าทำไม่อร่อย เพียงแต่รสชาติมันได้ผิดเพี้ยนจากรสชาติดั้งเดิม
.....บางทีเราอาจลืมไปว่าสิ่งที่เห็นเป็นวัฒนธรรมต่างชาตินั้น ได้ถูกคัดสรรปรับเปลี่ยนให้เป็นไทยแล้ว กลิ่นนมเนย กลิ่นวาซาบิมันปนเปื้อนตลบอบอวลเข้ากับกลิ่นปลาร้าอย่างกลมกลืน จนหลอกให้เราคิดว่านั่นยังเป็น กลิ่นนม เนย หรือวาซาบิเพียวๆอยู่
.....สิ่งที่ป๊อบคัลเจอร์ญี่ปุ่นถูกโจมตีมากสุดเห็นจะเป็น เรื่องแฟชั่นและเรื่องเพศ ที่ถูกนำเสนอในรูปแบบต่างๆ ทั้งหนังสือการ์ตูน ภาพยนตร์การ์ตูน เกมส์นินทาโด้ สาเหตุมาจากที่สังคมญี่ปุ่นมีการพัฒนาในเรื่องป๊อบคัลเจอร์มาก และเป็นสังคมทุนนิยมอย่าง รุนแรง ป๊อบคัลเจอร์ทั้งหลายจึงเป็นช่องทางหาเงินของบริษัทต่างๆ ป๊อบคัลเจอร์จึงแสนรุ่งเรืองในญี่ปุ่น
.....ความจริงน่าจะหันมาย้อนมองว่าเหตุใด วัยรุ่นไทยจึงหันไปเสพป๊อบคัลเจอร์ญี่ปุ่น เป็นเพราะวัฒนธรรมป๊อบของไทยแท้ๆนั้นไม่มี เพราะถูกสกัดกั้นจากอคติของผู้ใหญ่ทุกทาง จนไม่มีปรากฏให้เห็น
.....ป๊อบคัลเจอร์เป็นสิ่งจำเป็นสำหรับวัยรุ่น เพราะมันคือพื้นที่ เวที เครื่องมือที่ให้วัยรุ่นใช้ในการแสดงออกและค้นหาตัวตนของตนเอง ดังนั้นคงช่วยไม่ได้ที่ป๊อบคัลเจอร์จะขัดแย้งกับกระแสหลัก ผู้ใหญ่คงลืมไปแล้วว่าตัวเองก็เคยมีช่วงเวลานั้นมาก่อน จึงน่าจะมีหนังย้อนอดีต อย่างหนังแฟนฉัน มาย้ำเตือนผู้ใหญ่บ่อยๆ ให้นึกถึงวันเก่าๆ และฉุกคิดว่าจะทำอะไรมากกว่า การห้ามวัยรุ่นอยู่ท่าเดียว ส่วนวัยรุ่นเองก็ควรจะทำความเข้าใจผู้ใหญ่ว่า เหตุใดเขาคิดเช่นนั้น
.....การจะไปลบอคติคงทำกันไม่ได้ง่ายๆ ตัววัยรุ่นเองก็ต้องออมชอมประนีประนอมบ้าง และสร้างพื้นที่ป๊อบคัลเจอร์ใหม่ๆ ให้เกิดจากการพัฒนาภายในชาติตัวเองไปพร้อมกันด้วย