2007/Jan/07

สบายจนไม่สบาย >> แมลงเมา

.....เคยคุยและเคยคิดกับเพื่อนๆ และคนที่รู้จักหลายๆ คนเกี่ยวกับมหาวิทยาลัยมหาสารคามของเราว่า ถ้าหากให้พูดถึงจุดเด่นของที่แห่งนี้แล้ว แต่ละคนนึกถึงอะไรบ้าง คำตอบทีเล่นทีจริงแต่แฝงไปด้วยอารมณ์เบื่อหน่าย ไม่ตอบว่า ฝุ่น ก็เป็น ภาพการซ่อมถนน นี่เป็นคำตอบของคนส่วนมากครับ แต่ถ้าคุณจะบอกว่าไม่ใช่ แต่เป็นอย่างอื่นต่างหาก... ก็ไม่ได้เป็นเรื่องที่ผิดหรอกครับ แต่คุณแค่กลายเป็นคนส่วนน้อยเท่านั้น

.....นี่เป็นการมองแบบคนรุ่นนี้ครับ ด้วยเพราะสภาพอากาศของโลกที่แปรปรวนในปัจจุบัน จึงทำให้คนที่เกิดและเติบโตในยุคนี้ ผ่านร้อนมากกว่าผ่านหนาว การมองแบบรอบด้าน สุขุม นุ่มลึก ความอดทนอดกลั้น และพอใจในสิ่งที่ตนเองมีอยู่จึงมีน้อยกว่าคนรุ่นก่อนมาก ทั้งที่หากมองในภาพรวมแล้ว เด็กยุคหลังได้เปรียบคนรุ่นพ่อรุ่นแม่ของเรามาก ในเรื่องของเทคโนโลยีที่จะมาอำนวยความสะดวกต่างๆ แต่ก็นั่นแหละครับ สังคมโลกเป็นแบบออนไลน์จนทำกลายเป็นความอ่อนแอไปแล้ว รูปแบบการใช้ชีวิตของคนยุคนี้เป็นไปในแบบควบคุมด้วยปลายนิ้ว (Finger control the world) อะไรก็ตามที่ต้องทำให้ออกแรงมากกว่าการกระดิกนิ้วมักจะมีลูกโมโหตามมาโดยง่าย

.....ยิ่งพักหลังนี้มีการปรับปรุงถนนที่ผ่ากลางมหาวิทยาลัยอย่างไม่หยุดหย่อน ผมจำได้ว่าก้าวแรกที่เข้ามาที่นี่ถนนเส้นนี้กำลังก่อสร้าง จนผ่านมาเกือบ 4 ปี ถนนเส้นนี้ก็กำลังก่อสร้าง.... ไม่แปลกหรอกครับถ้าคนส่วนใหญ่จะจำภาพนี้ติดตามากกว่าภาพอื่น ระหว่างการปรับปรุงถนนนี้เองที่ทำให้ชุมชนแถบนี้เกิดอาการฝุ่นคลุ้ง ไฟดับ เน็ตล่ม น้ำไม่ไหล อยู่หลายวัน ทำให้ผมได้เห็นภาพของชุมชน มมส. ใต้แสงเทียน เห็นเพื่อนร่วมโลกยืนงงกันหน้าร้านเหล้า ยืนเบื่อกันหน้าร้านเนื้อย่าง รอคอยแสงสว่างจากหลอดไฟ รอคอยเสียงเพลงจากเครื่องเสียงมาปลุกให้พวกเขากลับมามีชีวิตอีกครั้ง

.....เพื่อนผมคนหนึ่งโทรศัพท์มาระบายอารมณ์แบบฉุนเฉียวเพียงเพราะไม่มีน้ำใช้ ไม่มีไฟฟ้า และไม่ได้เล่นเน็ต อาการแบบนี้สะท้อนอะไรบางอย่างนะครับ ผมเคยดูภาพยนตร์โฆษณาชิ้นหนึ่งที่สร้างขึ้นจากเรื่องจริงของมหานครนิวยอร์ก เมืองที่ได้ชื่อว่าไม่เคยหลับใหล (อีกเมือง) แต่วันหนึ่งเมืองทั้งเมืองก็ตกอยู่ในความมืดมิด เพราะไฟเกิดดับโดยไม่ทราบสาเหตุ แต่แทนที่คนทั้งเมืองจะเกิดอาการหงุดหงิด หัวเสียกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น เขากลับรู้สึกสนุกสนาน ต่างพากันออกมาทำกิจกรรมบนท้องถนนอย่างไม่เคยพบเคยเห็น ไม่ว่ามหาเศรษฐีรวยล้นฟ้า หรือว่ายาจกติดดิน ก็ออกมาเดินบนถนนทั้งนั้น

.....เรื่องนี้ทำให้ผมเห็นความจริงอย่างหนึ่งว่า ช่องว่างของคนรวย คนจน นั้นมีแค่เครื่องอำนวยความสะดวกเท่านั้น ถ้าเกิดตัดสิ่งนี้ออกไปแล้ว คุณค่าของคนรวย และคนจนก็ไม่ต่างกันหรอกครับ

.....แต่นั่นเป็นเรื่องราวของคนในมหานครนิวยอร์ก ผมไม่ค่อยเชื่อเท่าไหร่ครับว่า ทุกคนจะเกิดอารมณ์แบบคนที่นั่น ถ้าตกอยู่ในสถานการณ์เดียวกันนี้ คนเฒ่าคนแก่มักจะพูดเรื่องราวในอดีตให้ฟัง ซึ่งผมก็ชอบฟังเสียด้วย สิ่งที่มักได้ยินจากคนรุ่นก่อนก็คือ การได้อยู่ในสภาพแวดล้อมที่ดี ชีวิตพึ่งพาธรรมชาติและพึ่งพาตนเองเป็นหลัก สิ่งอำนวยความสะดวกก็จะเป็นสิ่งอำนวยความสะดวกจริงๆ คือมีก็ได้ ไม่มีก็ไม่เป็นไร แค่มันไม่ค่อยสะดวกเท่านั้น แค่นั้นเองครับ ผิดกับทุกวันนี้ที่เครื่องอำนวยความสะดวกได้กลายเป็นอวัยวะหนึ่งของร่างกายมนุษย์ไปแล้ว ถ้าไม่มีเนี่ย...เหมือนคนจะเป็นจะตายให้ได้

.....ผมคงไม่เรียกร้อง หรือวิงวอนให้ใครๆ หันมาสนใจเรื่องธรรมชาติหรอกนะครับ เพราะจากประสบการณ์ทั้งชีวิตสอนผมว่า มันไม่ได้ผล แต่ผมเชื่ออย่างหนึ่งว่า อะไรก็ตามถ้าปล่อยให้มันถึงขีดสุดแล้ว มันก็จะเปลี่ยนแปลงไปด้วยตัวของมันเอง

.....บางที...การปล่อยให้มนุษย์ใช้เครื่องอำนวยความสะดวกกันอย่างเต็มที่ ใช้ทรัพยากรธรรมชาติที่มีอยู่น้อยนิดอย่างบ้าคลั่ง จนวันหนึ่ง วันที่เราไม่มีอะไรให้ใช้แล้ว อาจถึงเวลาที่จะต้องกลับมาใช้ชีวิตแบบธรรมชาติ เรียบง่าย ไม่ยึดติด และไม่โมโหกับความไม่สะดวกสบายอีกครั้งก็ได้

.....บางที...ผมอาจโชคดีได้อยู่เห็นวันนั้น ถ้าไม่โมโหกับอาการเน็ตล่ม ไฟดับ น้ำไม่ไหล จนบ้าตายไปก่อน:B

ชื่อ: 
เว็บไซต์: 
คอมเมนต์:




smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry
"สูงสุดคืนสู่สามัญ"
#1  by  กา-บฎน้อย (222.123.89.252) At 2007-01-08 12:47, 
ถนนของจังหวัดมหาสารคาม เป็นหลุมเป็นบ่อโคลนถ้าแห้งก็จะเป็นฝุ่นมากเป็นพิเศษ การซ่อมบำรุงก็ทำอย่างหวานเย็นเป็นเอกลักษณ์ ป้ายโครงการก็มีบ้างไม่มีบ้าง เสร็จก็ไม่เรียบร้อย พอเข้าเขตจ.มหาสารคามก็เจอเลยครับทุกมุมเมืองแทบทุกอำเภอ วาปียิ่งดูไม่ได้ เจอถนนปุ๊บรู้เลยว่าเข้าเขตสารคามแล้ว รู้จักฟุตปาธ ทางเท้า และเกาะกลางถนนที่ได้มาตรฐานและสะอาดๆกันบ้างไหม ลองไปเปิดหูเปิดตาดูเมืองอื่นๆที่เขาดีกว่าบ้าง เมืองการศึกษาคนเขามาเรียนต่างก็มีความรู้ ไม่ได้โง่ดักดาน รู้จักพัฒนากันจริงๆจังซะบ้าง...อาย
#2  by  คนกินแดด (117.47.9.128) At 2008-06-02 14:28, 
ถูกต้องแล้วครับพี่น้อง...อย่ามาเรียนที่นี่เลยครับ เพราะมันเป็นเมืองที่ไม่น่า อยู่เลยซักนิด อย่ามาอยู่ให้คนที่นี่เอารัดเอาเปรียบเลยครับ ผมอยูมาหลายปีถูกเอาเปรียบมาตลอด คอยจ้องแต่จะกอบโกยเอากับนักศึกษา อากาศก็เต็มไปด้วยมลพิษ อาหารการกินก็เป็นพิษ(ถ้าไม่มีผงชูรสคงทำกัข้าวไม่เป็น) คนก็เป็นพิษ(เห็นแก่ตัวที่สุดในโลก)สรุปคือสิ่งแวดมันเป็นพิษ แล้ว มันจะเป็นเมืองที่มีความสุข ที่สุดในประเทศได้ไง?(คิดได้ไง เอาสมองส่วนไหนคิดเนี่ย โปรดบอกผมหน่อย ผมอยากรู้จริงจริง) ผมอยู่มา หลายปีทำไมผมไม่มีความสุขสักนิด(สักนิดก็ไม่มี) อยากจะหนีไปให้พ้นๆ แต่แต่ก็แสน ลำบากเพราะการจะเดินทางไปไหน รถโดยสารก็ไม่ค่อยมีต้องเสีย เวลาเป็นวันๆ ***ไม่อยากอยูครับไม่อยากอยู่อีกแล้ว มันตั้งเป็นจังหวัดได้ยังไง ถ้าจบออกไปได้ ถ้าไม่จำเป็นจริงจริง จะไม่ขอมาที่นี่อีกเลย ค่าครองชีพแพงบรรลัย ที่อยู่อาศัย(หอพัก)ไม่ต้องพูดถึง ผมว่าเผลอๆแพงกว่าในกรุงเทพอีก ต้องอยู่ด้วยความหวาดระแวงตลอ ดเวลา ***ขอสนับสนุนกระทู้ด้านบนครับว่าจริง (เขาคงโดนมาคล้ายผม) ขโมย โจรเยอะครับแต่ตำรวจไม่เคยทำอะไรได้(หรือจะเป็นลูกหลานเค้าผมก็ไม่รู้เหมือนกัน)เห็นจับแต่มอเตอร์ไซด์ จับแต่คนที่ไม่มีทางสู้ เก่งจริงๆครับขอชมเชย มมส.เป็นมหาวิทยาลัยที่มีรถบรรทุกวิ่งพลุกพล่านมากยังกับทางหลวงแผ่นดินสายต่างๆในประเทศ(แถมขับเร็วอีกต่างหาก ไม่รู้จะรีบไป.....ที่ไหนกัน)เขาไม่รู้หรือยังไงว่านี่คือสถานศึกษา เลยทำให้อุดมไปด้วยฝุ่น นักศึกษาที่นี่พร้อมที่จะเป็นโรคระบบทางเดินหายใจและดวงตาอักเสบได้อยู่ตลอดเวลา เส้นทางจะเข้ามหาวิทยาลัยเกิดอุบัติเหตุทุกวันครับ ผมอยู่ที่หอได้ยินเสียงรถพยาบาลเปิดหวอวิ่งวันละหลายๆรอบ ตายไปก็ไม่รู้กี่ศพแล้วสงสารน้องๆที่ต้องมาเรียนที่นี่ ****อย่าเลยครับ อย่าโกหกหลอกลวงตัวเองอีกเลย อย่าบอกว่าตัวเองเป็นเมืองการศึกษาอีกเลยครับ ไม่อายเค้าบ้างหรือ อย่ามาบอกว่า"สารคามเมืองน่าอยู่"อีกเลยครับ มันทุเรศ ! คุณอาจจะหลอกคนอื่นได้ แต่คุณหลอกตัวเองไม่ได้หรอก (โกหกได้แม้กระทั่งตัวเอง เก่งเนอะ)....สุดท้ายแล้ว ขอเป็นกำลังใจให้พี่น้องทุกท่านที่ต้องมาตก ระกำลำบากที่เมืองนี้ด้วยกัน ขอจงยืนหยัดต่อสู้ต่อไป สักวันหนึ่งพวกเราจะได้กลับบ้านกันครับ....แล้วเราจะไม่กลับมาเหยีบที่นี่อีกเลย ....................ล่าก่อนครับ



:: ความคิดเห็นที่ 30



คนสารคาม


ID :: 336738

19/05/2008 - 22:39:15 117.47.12.179

--------------------------------------------------------------------------------

ในฐานะคนที่อยู่ในเขตเมืองมหาสารคาม
ขอแนะนำว่า
อย่ามาเรียนที่ มหาวิทยาลัยมหาสารคามเลย
ทุกความเห็นข้างต้นถูกต้องแล้ว.....ถูกต้องที่สุด
1. มหาวิทยาลัยมีผู้บริหารที่เห็นแก่ประโยชน์ด้านรายได้ ไม่ได้เน้นการพัฒนาคุณภาพการศึกษาอย่างจริงจัง หวังแต่ค่าเทอมมาสร้างตึก
2. การลงทะเบียนเรียนก็หาวิธีการเอาเปรียบ เพิ่มค่าเทอม เน้นค่าปรับ จัดนักศึกษาเข้าเรียนแบบอัดเป็นปลากระป๋องในบางวิชา
3. ค่าเทอมแพงมากกว่ามหาวิทยาลัยของรัฐเช่น มหาวิทยาลัยขอนแก่น หนึ่งเท่าตัว โดยคุณภาพทางการศึกษาไม่สมราคาค่าเทอม
4. บริเวณรายรอบ หอพัก ถนนหนทาง ไม่ปลอดภัย โดยเฉพาะหลังหกโมงเย็น มีข่าวนักศึกษาหญิงถูกรุมโทรม ถูกกระชากกระเป๋าทั้งๆ ที่กำลังขับมอเตอร์ไซด์ (คดีนี้เห็นกับตา น้องผู้หญิงถูกกระชากจนรถล้ม คางแตก) มีปล้นนักศึกษาทั้งหญิงและชายอยู่บ่อยๆ โดยคนในหมู่บ้านด้านทางเข้ามหาวิทยาลัยซึ่งมีเด็กไม่เรียนและติดยาเยอะ คนเหล่านี้คือ อาชญากร ที่ชาวบ้านไม่ให้ความช่วยเหลือใดๆ กับผู้เสียหาย
5. ไม่มีบรรยากาศทางวิชาการ นักศึกษาไม่นิยมการอ่านนักศึกษา เปิดหูเปิดตา เปิดโลกทัศน์ นักศึกษาที่นี่ชอบร้านเหล้า ชอบเรื่องเซ็กส์ มีเพศสัมพันธ์กันแบบมั่วๆ เปลี่ยนผัวเปลี่ยนเมียไปเรื่อยๆ จึงไม่แปลกที่จะมีบังกาโลเยอะทุกระยะสามกิโลเมตรไว้บำบัดความใคร่ของนักศึกษา ถ้าท่านมีลูกมีหลานอย่าส่งมาเลย จากบ้านมาไกลไม่ทันไรมีผัว พอท้องก็ผูกคอตาย (มีหลายคดีแล้ว) มีลูกสาวก็ให้เรียนใกล้ๆ พ่อแม่แหละดีแล้ว จะได้อบรมสั่งสอน มีลูกชายก็ระวังติดเอดส์ มีนักศึกษาติดเชื้อเยอะแต่ไม่เผยตัว
6. ระวังลูกท่านจะหลอกตัวเอง นึกว่าตัวเก่งสอบเข้า มหาวิทยาลัยได้ ที่นี่รับหมดขอให้ท่านมีค่าเทอมจ่าย เก็บไว้ถูกรีไทร์ทีหลัง นักศึกษาที่นี่เรียนๆ ไปย้ายคณะ (ไปคณะที่เรียนง่ายกว่า เพราะไม่งั้นต้องถูกรีไทร์) หรือไม่ก็เรียนไม่ไหวไปไม่รอด เพราะสติปัญญากับความรับผิดชอบไม่ถึง สุดท้ายเด็กเรียนไม่ได้ ก็เกิดความอับอายพ่อแม่ เพื่อนฝูง เด็กจะกลายเป็นคนขี้แพ้ ท้อแท้ ไม่แก้ปัญหา ขี้เกียจเรียนไปเลย เพราะเข้าใจว่า ตัวเองเป็นคนไม่เอาไหน เพราะฉะนั้น ถ้าลูกหลาน หรือตัวน้องสอบติดที่นี่ ก็ขอให้เข้าใจไว้ว่า จงเข้ามาเรียนอย่างตั้งใจ อย่าไปหลงระเริงเรื่องผัวเมียนักศึกษาหรือร้านเหล้าไม่งั้นต้องกลับบ้านมือเปล่าแน่ๆ
7. นักศึกษาขายตัวเยอะมาก ให้ลองไปดูตามร้านเหล้ากลางคืน นักศึกษาหญิงกระดุมเสื้อปริ และกระโปรงเสมออวัยวะเพศทั้งหลาย ตกดึกกลายเป็นนังกระสือออกล่าผู้ชาย ส่วนใหญ่เป็นไซด์ไลน์ ฉะนั้น ไม่น่าแปลกใจที่ธุรกิจบังกาโลจะเฟื่องฟู ครั้งหนึ่งเคยเห็นเขาติดต่อกันในขณะที่ทีมสาวๆ ไซด์ไลน์กำลังจะซ้อมรับปริญญา ได้ยินแล้วสงสารพ่อแม่ ส่งมาเรียน ไม่ได้ส่งมาขายตัว เพื่อแลก nokia สารพัด N
8. หากท่านเรียนจบแล้ว เมื่อไปสมัครงานนอกเขตภาคอีสาน ระวังจะถูกถามว่า มหาวิทยาลัยแห่งนี้อยู่ที่ไหนในประเทศไทย เป็นเอกชนใช่ไหม? น้องนิสิตที่จบสาขาการโรงแรมเมื่อไปสมัครงานที่กรุงเทพฯ ได้ยินคำถามถึงกับอึ้ง...อย่าลืมว่า มหาวิทยาลัยแห่งนี้ไม่เป็นที่รู้จักอย่างกว้างขวาง หากท่านไม่ได้เรียนในสาขาที่แสดงภูมิปัญญาความเก่ง หรือที่อื่นเขาไม่เปิดสอนจริงๆ ไปเรียน ม.ราม จะเข้าท่ากว่า เพราะคนรู้จักทั้งประเทศ ว่า เข้าง่ายออกยาก เมื่อจบทุกคนก็ยอมรับในคุณภาพ
....สรุป....อย่ามาเลย ยิ่งเป็นเด็กผู้หญิงยิ่งไม่อยากให้มา อันตราย




#3  by  ต้อฝุ่น (117.47.9.128) At 2008-06-02 14:33, 

<< Home