
14 กุมภาฯ
โดย วีร์ สุนทรฉัตราวัฒน์
1
ภายในห้องสี่เหลี่ยมทึมทึบแดดอ่อนยามเย็นกำลังโรยตัวลงมาโลมเลียผ้าม่านแบบชักรอกสีน้ำทะเลเผยเห็นความสว่างบริเวณชานห้องทิ้งพื้นที่ที่เหลือทั้งหมดของห้องไว้ใต้เงามืด ดอกกุหลาบยืนแห้งกรอบในขวดน้ำที่ถูกดัดแปลงเป็นแจกัน เธอนั่งกอดเข่าทั้งสองข้างไว้กับลำตัวบนผ้าปูที่นอนซึ่งครั้งหนึ่งเคยมีสีขาว ใบหน้าเรียวเล็กถูกซุกซ่อนไว้ระหว่างเข่าทั้งสอง ดูเหมือนว่าทุกสรรพสิ่งรอบกายเธอจะหยุดนิ่งไม่ไหวติงไม่มีชีวิตชีวาแต่ความเป็นไปภายในห้องนั้นยังมีการเคลื่อนไหวอย่างช้า ๆ ของพัดลมบนเพดาน ความแผ่วเบาของสายลมที่ปลายผ้าม่าน และเสียงของลมหายใจที่ยังเข้าและออก แต่เวลานี้เธอคงไม่มีทางรู้ว่าลมหายใจของเธอนั้นมันเข้าหรือออกกันแน่
2
เธอหายใจเข้า ออกถี่เร็วขึ้น เม็ดเหงื่อผุดขึ้นตามเนื้อตัวเปลือยเปล่าของเธอ ดวงตาของเธอปิดแต่ไม่สนิทดีเผยเห็นน้ำวาวในแววตา ริมฝีปากสีชมพู่เรื่อแดงเผยอเพียงเล็กน้อยคล้ายจะเปล่งถ้อยคำออกมา แต่กลับไม่มีถ้อยคำใดนอกจากเสียงของลมหายใจ ขณะที่เขากำลังดอมดมกลิ่นหอมของดอกไม้หลังใบหูเธอและเรือนร่างขาวเนียนอาจจะเป็นเป้าหมายต่อไปในการเชยชม ท่ามกลางแดดยามเย็นดูเหมือนทุกสรรพสิ่งในห้องนี้จะหยุดนิ่งมีเพียงการเคลื่อนไหวของร่างเปลือยเปล่าสองร่างและจิตวิญญาณแห่งรักที่กำลังแสดงออกแก่กันและกัน
เธอจรดริมฝีปากลงบนหัวไหล่กว้างของเขาพลางใช้ฟันขบกัดจากไหลซ้ายไปยังไหล่ขวา จากหัวไหล่ไล่เรียงมาจนถึงราวนมของเขา ซึ่งเธอใช้กรรมวิธีคล้ายคลึงกันกับที่เขากระทำต่อเธอ เขายังคงพร่ำบอกเธอว่ารักด้วยฝ่ามือที่วางนาบบนทรวงอกกลมกลึงนั้น
เขาคลึงก้อนเนื้อขาวนวลของเธออย่างแผ่วเบาแล้วคลายมือออก จากนั้นจึงค่อยลูบไล้หน้าอกทั้งสองข้างของเธอก่อนบีบคลึงด้วยน้ำหนักมือที่เน้นหนักขึ้นพลางใช้ลิ้นเล็มเลียเม็ดบัวสีชมพูคล้ำอย่างละเมียดละไม เธอตอบกลับด้วยเสียงหายใจอันแผ่วเบา มืออันบอบบางน่าทะนุถนอมบัดนี้มันได้เคลื่อนที่ลงสู่เบื้องล่างลงไปในหนองน้ำกว้างใหญ่นั้น
ทั้งคู่ต่างแลกรสหวานที่ปลายลิ้นกันและกัน จากน้ำผึ้งที่ปลายลิ้นเขาค่อย ๆ เลื่อนไหลลงมาลองลิ้มความหวานที่ปลายคางเรียวเล็กนั้น
มือทั้งสองข้างของเธอจิกอยู่กับผ้าปูที่นอนสีขาวสะอ้าน กลีบกุหลาบสีแดงสดกระจายไปรอบ ๆ บึงหญ้าบัวบาน ระดับความหวานเริ่มมีรสของความข้นมันมากขึ้น
จากการจิบเพื่อลิ้มรสหวานบัดนี้เขาระดมจูบไปยังซอกคอและดูดดื่มราวกับเด็กน้อยหิวกระหาย น้ำหวานเหนียวเหนอะเริ่มเปรอะไปยังส่วนอื่น ๆ
มันค่อย ๆ ไหลลงมาจากร่องถันเนินนูนไปมาตามเส้นทางเพื่อมุ่งสู่จุดหมายข้างหน้าอย่างเนิบช้าและไม่มีทีท่าว่าจะหยุดนิ่งอยู่
ณ ที่ใดที่หนึ่ง ความหยาดเยิ้มฉ่ำแฉะปรากฏลงบนพื้นผิวเม็ดมณี กลีบกุหลาบข้างสระบัวต่างแย้มบานสะพรั่ง ลมหายใจของเธอเริ่มแผ่วเบาเรียวขานั้นถูกยกสูงขึ้นจนมันถูกพาดพักไว้บนบ่าทั้งสองข้างของเขา ผ้าม่านสีน้ำทะเลยังคงพลิ้วไหวไปตามสายลมอ่อน ๆ
ของยามเย็น
3
ผ้าม่านสีน้ำทะเลยังคงพลิ้วไหวตามแรงลมบัดนี้ภายนอกห้องนั้นได้มีสีดำของกลางคืนทาทาบเป็นฉากหลัง หนองน้ำภายนอกแห้งขอด แสงแดดหลบตัวเองไปสู่อีกฝั่งฟากหนึ่งของโลกแต่ไม่นานนักมันก็จะกลับมาในรุ่งสาง เธอยังคงนั่งอยู่อย่างนั้นพร้อมเสียงสะอื้นเบา ๆ สายน้ำไหลออกมาจากดวงตาอย่างไม่สิ้นสุด แต่นั่นมันก็ไม่หนักหนาไปกว่าการสั่นกระเพื่อมของจิตใจอย่างโดดเดี่ยว เธอยังคงนั่งกอดเข่าบนเตียงนอนที่มีผ้าปูสีขาวอมเหลือง พัดลมบนเพดานทำงานอย่างไม่รู้เหนื่อยแต่ผลงานของมันไม่ได้ทำให้เธอรู้สึกว่าร่างของเธอนั้นกำลังได้รับการปรนิบัติ ดูเหมือนเธอไม่ได้สนใจความเป็นไปที่เกิดขึ้นในห้องเท่าใดนัก เธอค่อย ๆ ลุกขึ้นยืนแต่ท่าทางของเธอเหมือนกับเพิ่งสร่างจากอาการเมา เธอเดินมาหยุดที่โต๊ะเครื่องแป้งพลางใช้ท่อนแขนเรียวเล็กขึ้นเช็ดบริเวณรอบดวงตาที่บวมและมีสีแดงก่ำ
กุหลาบแห้งกรอบยืนไร้เรี่ยวแรงในขวดน้ำตรงหน้าของเธอ เธอยืนนิ่งอยู่หน้ากระจกเงาสายตาสำรวจตัวเองที่ปรากฏกายตรงหน้า ดวงหน้าของเธอเต็มไปด้วยหม่นมัวของความเศร้าสลด เธอเอี้ยวคอหันไปด้านหลังมองเก้าอี้หัวกลมที่ปรากฏอยู่ในกระจกก่อนหน้า แล้วหันกลับมามองหน้าตัวเองในกระจกอีกครั้งก่อนที่จะเดินหันหลังกลับไปยังเก้าอี้หัวกลมตัวนั้น
4
"เก้าอี้เลยเหรอ"
"ก็เค้าอยากลอง นะตัวเองนะ"
"ทะลึ่ง บ้า"
จังหวะการเคลื่อนไหวของร่างทั้งสองต่างสอดประสานรับส่งกันอย่างรู้ใจบนเก้าอี้หัวกลม ส่วนเว้าโค้งบริเวณเอวและสะโพกนั้นเป็นส่วนที่คอยควบคุมจังหวะของห้วงอารมณ์แห่งรักราวกับจ๊อกกี้ผู้คุมบังเหียนเพื่อนำพาตัวเองเข้าสู่เส้นชัยคอยระแวดระวังทางคดโค้งมิให้หลุดออกนอกเส้นทางแต่เมื่อถึงเส้นตรงจังหวะการควบคุมกลับเร่งเร็วขึ้น ๆ จนกระทั่งทุกอย่างหยุดนิ่งลง เธอและเขาต่างส่งความรักแก่กันจนหมดเรี่ยวแรงบนเก้าอี้หัวกลมตัวนั้น
เก้าอี้หัวกลมล้มลงอยู่บนพื้นห้อง หลอดนีออนภายในห้องถูกเปิดสว่างค้างไว้ตั้งแต่เมื่อคืนพัดลมบนเพดานยังคงหมุนเอื่อย ผ้าปูที่นอนสีขาวอมเหลืองยับย่นราวกับไม่มีใครมาจัดระบบแก่มัน ดูเหมือนว่าไม่มีสิ่งใดภายในห้องได้รับการสนใจจากมนุษย์ผู้ควบคุม แดดยามเช้าโปรยแสงอ่อนลงมาพร้อมกับสายลมเบา ๆ ผ้าม่านสีน้ำทะเลไหวพลิ้วด้วยแรงลม ขณะที่ฝ่าเท้าเปลือยเปล่าคู่นั้นของเธอลอยเคว้งคว้างอยู่บนอากาศไร้สภาวะของการควบคุมใด ๆ
หมายเหตุ : แด่...หญิงสาวผู้เดียวดายคนนั้น

